แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะอีกครั้ง หลังจากที่เก็บ 3 คะแนนเต็มในถิ่นกูดิสัน พาร์คได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 โดยได้ประตูจาก มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, อันเดร์ เอร์เรร่า และ เวย์น รูนี่ย์
ถือเป็นการกลับมาที่สมบูรณ์แบบสำหรับทีมปีศาจแดง หลังจากที่พรีเมียร์ ลีกกลับมาอีกครั้งหลังสัปดาห์ทีมชาติ พร้อมลบฝันร้ายที่พ่ายแพ้ต่ออาร์เซนอล 3-0 ในเกมล่าสุด ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังคงไล่ล่าจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ต่อไป โดยทีมเรือใบสีฟ้าก็เอาชนะบอร์นมัธไปได้ 5-1 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม
ก่อนเกมนี้ได้มีข่าวร้ายสำหรับเจ้าถิ่น เมื่อ ฮาเวิร์ด เคนดัลล์ อดีตนักเตะและผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 69 ปี ทำให้ผู้เล่นของทั้ง 2 ทีมสวมปลอกแขนสีดำลงสนามเพื่อเป็นการไว้อาลัย รวมถึงมีการยืนสงบนิ่ง 1 นาทีก่อนคิกออฟด้วย เกมนี้ หลุยส์ ฟาน กัล ได้ปรับทัพ 4 ตำแหน่งจากเกมหลังสุด โดยเป็น ฟิล โจนส์, มาร์กอส โรโฮ, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน และ อันเดร์ เอร์เรร่า ที่ได้ลงเป็นตัวจริง
หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในช่วง 19 นาทีแรกในเกมกับทีมปืนใหญ่ มาคราวนี้ผู้จัดการทีมต้องการให้นักเตะของเขายกระดับการเล่นขึ้นมาให้ได้ ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ คริส สมอลลิ่ง พักอกให้โรโฮยิงไปเข้าทางชไนเดอร์ลิน ก่อนที่นักเตะชาวฝรั่งเศสจะทำประตูแรกให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ด้วยการยิงเข้าไปในนาทีที่ 18 เอร์เรร่ามาบวกเพิ่มได้ในอีก 4 นาทีถัดมา โดยตัวรุกชาวสเปนโขกจากการครอสมาให้ของโรโฮผ่านมือ ทิม โฮเวิร์ด เข้าไป
โจนส์มีอาการเลือดกำเดาไหลในนาทีที่ 30 นั่นทำให้เขาต้องออกไปปฐมพยาบาลที่ข้างสนาม นอกจากนี้ทั้ง ดาบิด เด เคอา และ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ก็มีจังหวะที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยด้วย แต่ก็สามารถเล่นต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา เอฟเวอร์ตันมาได้โอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดที่จะได้ประตูในช่วงท้ายครึ่งแรกจากการยิงของ รอสส์ บาร์คลี่ย์ แต่ว่าเด เคอาก็สามารถปัดออกไปได้
ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้นโดย เจสซี่ ลินการ์ด ถูกส่งลงสนามไปแทน ฮวน มาต้า ถือเป็นการลงสนามครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่ที่ได้ประเดิมสนามไปในนัดแรกของฤดูกาล 2014/15 ซึ่งเขาก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักที่หัวเข่าจนต้องพักยาว และดาวรุ่งวัย 22 ปีจากอคาเดมี่ของสโมสรก็ต้องลงมาช่วยทีมในเกมรับทันทีเมื่อเอฟเวอร์ตันโหมบุกอย่างหนัก จากนั้นเจ้าถิ่นก็น่าจะได้ประตูตีตื้นสุดๆ จากการยิงของ โรเมลู ลูกากู แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะเด เคอาที่ใช้เท้าซ้ายเซฟเอาไว้ได้อย่างสุดยอด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเริ่มตั้งเกมได้ และก็มาบวกประตูเพิ่มได้อีกหลังจากเกมผ่านชั่วโมงมาได้ไม่นาน ฟิล จากิลก้า จ่ายบอลพลาดไปเข้าเท้าชไนเดอร์ลินที่กลางสนาม บอลถูกจ่ายต่อไปให้เอร์เรร่าที่กราบขวา นักเตะชาวสเปนจ่ายขึ้นหน้าต่อไปให้รูนี่ย์ และอดีตศูนย์หน้าเอฟเวอร์ตันรายนี้ก็จบสกอร์ผ่านมือโฮเวิร์ดเข้าไปอย่างเด็ดขาด ถึงตรงนี้เขาได้ทาบสถิติดาวซัลโวตลอดกาลของพรีเมียร์ ลีกที่อันดับ 2 เท่ากับ แอนดี้ โคล แล้วที่จำนวน 187 ประตู
บาร์คลี่ย์ซึ่งกำลังโชว์ฟอร์มดีทั้งกับเอฟเวอร์ตัน และทีมชาติอังกฤษมาได้จังหวะยิงฟรีคิกข้ามคานไปนิดเดียวในนาทีที่ 80 ก่อนที่ มารูยาน เฟลไลนี่ จะถูกส่งลงมาแทนเอร์เรร่า ซึ่งแฟนๆ เจ้าถิ่นก็ปรบมือให้เกียรติเขา แถมยังร้องเพลงเชียร์เป็นชื่อของอดีตนักเตะของพวกเขารายนี้ มิดฟิลด์ชาวเบลเยียมถูกส่งลงมาเพื่อแพ็คเกมในแดนกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสุดท้ายเกมก็จบลงที่สกอร์นี้ ถือเป็นชัยชนะที่ยอดเยี่ยม, เก็บคลีนชีทได้ และบวกเพิ่มไปอีก 3 คะแนนบนตารางพรีเมียร์ ลีก
สถิติ